นอนแล้วปวดคอ ต้องมองไปถึงด้านในหมอน

ใครที่คิดว่าเส้นใยในหมอนแบบไหนๆ ก็เหมือนกันไปหมด บอกเลยนะคะ ว่าไม่เหมือนค่ะ เพราะคุณสมบัติของเส้นใยแต่ละชนิดที่ถูกบรรจุไว้ในหมอนมีคุณลักษณะที่ต่างแตกกันออกไป โดยเฉพาะหมอนสุขภาพนี่ยิ่งสำคัญเลยค่ะ เพราะเส้นใยหรือวัสดุที่ใช้ทำหมอนจะเป็นส่วนที่รองรับน้ำหนักของศีรษะตลอดการนอนหลับกว่า 7- 10 ชั่วโมงต่อวัน ถ้าใช้หมอนที่มีเส้นใยไม่ดีก็อาจจะทำให้นอนแล้วปวดคอได้ แถมหมอนยังอยู่ใกล้จมูกของเรามากๆ หากเส้นใยหรือวัสดุของหมอนด้อยคุณภาพ ก็อาจจะส่งผลกับระบบทางเดินหายใจของเราอีกด้วยนะคะ

แล้วถ้าอยากจะนอนดี ไม่นอนแล้วปวดคอเหมือนเคย ต้องเลือกเส้นใยแบบไหนกันนะ? เดลิเซียมีคำตอบให้ค่ะ อ่านต่อด้านล่างนี้เลย

รู้จักกับเส้นใยและวัสดุประเภทต่างๆ

การที่เราจะนอนแล้วปวดคอหรือไม่ วัสดุก็เป็นเรื่องสำคัญ โดยทั่วไปแล้ว หมอนสุขภาพจะใช้วัสดุต่างๆ ดังนี้ ขนเป็ด ขนห่าน ใยสังเคราะห์ ขนห่านเทียม(ใยไมโครเจล) ยางพารา เมมโมรีโฟม และเปลือกถั่ว ธัญพืช ซึ่งราคาของหมอนแต่ละชนิดก็แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับชนิดและปริมาณเส้นใยที่ใช้บรรจุ โดยเราสามารถแบ่งเป็น 2 กลุ่มง่ายๆ ดังนี้ กลุ่มที่มีความคงรูปสูง เช่น ยางพารา เมมโมรี่โฟม  และกลุ่มที่มีความยืดหยุ่นสูงเช่น หมอนขนเป็ด ขนห่าน เส้นใยสังเคราะห์ และเปลือกถั่ว ธัญพืช

วัสดุบรรจุในหมอน กลุ่มที่มีความคงรูปสูง

เมื่อเราหนุนลงบนหมอนสุขภาพที่ใช้วัสดุเหล่านี้ ศีรษะจะไม่จมลงไปกับหมอน น้ำหนักของศีรษะจะรวมตัวอยู่ที่จุดเดิมที่เรานอนลงไป ให้ความรู้สึกถึงแรงต้านที่สูงกว่า เหมาะกับคนที่ชอบนอนหมอนสูง และแข็ง แต่นั่นไม่ดีกับสุขภาพกระดูกคอของเราเลยแม้แต่น้อยค่ะ หากความสูงไม่พอเหมาะ กล้ามเนื้อบริเวณคอจะยิ่งเกร็งจนรู้สึกนอนแล้วปวดคอในทุกๆ เช้า และโดยส่วนใหญ่แล้ว วัสดุเหล่านี้จะไม่สามารถซักทำความสะอาดได้อีกด้วย

วัสดุบรรจุในหมอน กลุ่มที่มีความยืดหยุ่นสูง

กลุ่มเส้นใยที่มีความยืดหยุ่นสูง เมื่อเรานอนลงไปบนหมอนที่บรรจุวัสดุเหล่านี้ ศีรษะของเราจะจมลงไปกับหมอนตามน้ำหนักของศีรษะ มีการกระจายน้ำหนักไปโดยรอบได้ดีกว่า มีแรงต้านที่น้อยกว่า เหมาะสำหรับคนที่ชอบหมอนนุ่ม นอนสบาย ไม่สูงเกินไป แต่ข้อเสียของเส้นใยเหล่านี้คือ การยุบตัวที่ง่ายกว่า ไม่ว่าจะเกิดจากการนอนจุดเดิมซ้ำๆ ในทุกๆ คืน หรือการซักทำความสะอาดในแต่ละครั้ง ก็มีผลกับรูปทรงของหมอนเช่นกัน ทำให้เมื่อใช้หมอนนอนไปซักพักแล้ว ก็อาจจะทำให้นอนแล้วปวดคอได้

นอนแล้วปวดคอ เลือกแบบหมอนแบบไหน กระดูกถึงจะไม่พัง

โดยปกติแล้ว ศีรษะ กระดูกคอ และกระดูกสันหลัง จะเรียงตัวกันเป็นเส้นตรง หมอนที่มีความสูงพอเหมาะ กระจายน้ำหนักของศีรษะและลำคอได้พอดี จึงจะเหมาะกับสรีระของคนวัย 50+ เพราะกระดูกของคนวัย 50+ เริ่มมีความเสื่อมในอัตราที่ไม่เท่ากันในแต่ละคน หมอนสุขภาพที่มีความคงรูปสูงจึงไม่เหมาะกับคนวัยนี้เป็นอย่างมาก อาจจะทำให้นอนแล้วปวดคอได้ นอกจากจะต้องเลือกหมอนสุขภาพที่บรรจุเส้นใยที่มีความยืดหยุ่นสูงแล้ว ยังต้องพิจารณาถึงคุณภาพของเส้นใย เพื่อไม่ให้ส่งผลเสียกับระบบทางเดินหายใจอีกด้วย

หมอนเดลิเซีย มีดีที่มากกว่าแค่เส้นใย

หมอนสุขภาพเดลิเซียคัดสรรเส้นใยที่เหมาะกับสุขภาพของวัย 50+ มากที่สุด เราเลือกเส้นใยไมโครเจลที่ให้ความนุ่มสบายไม่ต่างกับหมอนขนห่านหรู กระจายน้ำหนักได้ดี มีแรงต้านที่พอเหมาะ ลดอาการนอนแล้วปวดคอ ทั้งยังผลิตจากเส้นใยคุณภาพสูงทำให้ยืดอายุการใช้งานได้นานยิ่งขึ้น และยังไม่เป็นแหล่งสะสมของไรฝุ่น แบคทีเรียต่างๆ จึงมั่นใจได้เลยว่า หมอนสุขภาพเดลิเซีย จะไม่ส่งผลเสียกับระบบทางเดินหายใจของเราแน่นอน 

นอกเหนือจากความนุ่มสบายในด้านนุ่มแล้ว หมอนสุขภาพเดลิเซียยังเหนือกว่าด้วยเส้นใยชนิดพิเศษ เกิดจากการนำเส้นใยไมโครเจลมาปั่นให้เป็นลูกกลมๆ เล็กๆ โดยที่ด้านในกลวง ทำหน้าที่คล้ายสปริงรับน้ำหนักศีรษะ ทำให้หมอนสุขภาพเดลิเซียสามารถรองรับสรีระได้เป็นอย่างดี และด้วยรูปทรงพิเศษนี้ เวลาที่คุณนอนจะให้ความรู้สึกเหมือนได้นวดคอไปในตัว ไม่ใช่แค่เพียงลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อคอ ยังช่วยผ่อนคลายความตึงบริเวณ คอ บ่า ไหล่ ได้อีกด้วยนะคะ

ยังไม่หมดนะคะ นอกจากหมอนสุขภาพเดลิเซียจะมีเส้นใยถึง 2 ชนิดให้เลือกนอนได้ทั้ง 2 ด้านแล้วนั้น ยังมีการระบายอาการที่ยอดเยี่ยมด้วยการบุผ้าตาข่ายรอบด้านทั้ง 4 ด้าน ทำให้เวลาเรานอนศีรษะจะไม่ร้อน เหงื่อไม่ออก ไม่รบกวนการพักผ่อน แถมเวลาที่เราซักทำความสะอาดหมอนสุขภาพเดลิเซีย ยังทำให้หมอนแห้งไวกว่า ไม่สะสมแบคทีเรีย ลดโอกาสเกิดกลิ่นอับ เรียกว่าใบเดียวครบเครื่องจริงๆ ค่ะ